ผู้เรียนชาวพื้นเมืองดิจิตอล VS ครูชาวอพยพดิจิตอล
ผู้เรียนชาวพื้นเมืองดิจิตอล VS ครูชาวอพยพดิจิตอล
Digital Native Learners VS Digital Immigrant Teachers
บางตอนในหนังสือ “กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา: กรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษที่ 21 – 2556″ (ต้นฉบับร่างขอบข่ายเนื้อหา)
ผู้เรียนที่ถูกเรียกว่าเป็นชาวพื้นเมืองดิจิตอล (digital learners) มีความแตกต่างโดยพื้นฐานจากครูผู้สอนพวกเขาที่ถูกเรียกว่าเป็นชาวอพยพดิจิตอล (digital immigrants) อันเป็นประสบการณ์จากเทคโนโลยีดิจิตอลที่มีผลต่อสมองและจิตใจของพวกเขา มีประเด็นสรุปได้ดังนี้
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบที่จะได้รับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายโดยเร็ว ในขณะที่ครูจำนวนมากชอบได้รับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีจำกัดและถูกปิดกั้น และอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบที่จะทำงานหลายด้านควบคู่กันไป เป็นพหุภารกิจ (multi tasks) ในขณะที่ครูจำนวนมากชอบที่จะทำงานด้านเดียว เป็นภารกิจเดี่ยวหรือภารกิจจำกัด (single/limited tasks)
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบให้มีภาพ เสียง และวิดีโอมาก่อนตำรา ขณะที่ครูจำนวนมากชอบเสนอตำราก่อนภาพ เสียง และวิดีโอ
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบเข้าถึงสารสนเทศที่เป็นมัลติมีเดีย มีปฏิสัมพันธ์ และเชื่อมโยงหลายมิติ ในขณะที่ครูจำนวนมากชอบข้อมูลแหล่งเดี่ยว อย่างเป็นตรรกะ (logic) และเป็นไปตามลำดับขั้นตอน (sequence)
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบความเป็นเครือข่ายหรือการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นพร้อมๆ กัน
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างสถานที่เรียนจริงกับสถานที่ใดๆ ที่สามารถพบปะกันได้โดยใช้เครื่องมือดิจิตอลเป็นเครือข่าย เช่น chat rooms, blogs, wikis, podcasts, และ email รวมทั้งการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์เวลาเดียวกัน (synchronous) หรือต่างเวลากัน (asynchronous) ในขณะที่ครูจำนวนมากชอบที่จะจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนจริงมากกว่า
- ครูจำนวนมากชอบให้นักเรียนทำงานกันเอง มากกว่าที่จะเป็นเครือข่ายหรือมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันกับคนอื่น
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบแสวงหาการเรียนรู้ (just-in-time) ในขณะที่ครูส่วนมากชอบการสอนเนื้อหา (just-in-case) เพื่อการสอบมากกว่า
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบการมีเพื่อน “kids today will never lose their friends – facebook and social networking” การบริการ การตอบสนองต่อคำถาม การให้เกียรติ การให้รางวัล ในขณะที่ครูจำนวนมากไม่นิยมการให้เกียรติ การให้รางวัล
- ชาวพื้นเมืองดิจิตอลชอบการเรียนรู้สิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสนุก ในขณะที่ครูจำนวนมากชอบสอนตามที่หลักสูตรกำหนดและเพื่อการทดสอบมาตรฐาน (standardized tests)
ข้อสรุปเชิงเปรียบเทียบดังกล่าว ไม่มีใครถูกหรือผิด เป็นไปตามยุคสมัย ซึ่ง Jukes and Dosaj ให้ทัศนะว่าผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จะมีลักษณะดังนี้ คือ 1) เป็นนักร่วมมือ (collaborator) จากการมีเครือข่ายกระจายความรู้ ทักษะ ความคิด และการเรียนรู้ใหม่ๆ 2) เป็นนักเรียนรู้อิสระ (free agent) ยืดหยุ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3) เป็นนักวิเคราะห์ที่ฉลาด (wise analyzer) สามารถตรวจสอบได้อย่างลึกซึ้งและแก้ปัญหา 4) เป็นนักสังเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ (creative synthesizer) สามารถทำความเข้าใจแนวคิดและความคิดที่ซับซ้อน
ลักษณะดังกล่าว ต้องการรูปแบบการสอนการเรียนรู้แบบใหม่ เช่น
- ให้สนุกกับการเรียนรู้ ให้เกี่ยวข้องกับตัวเขา และโลกของพวกเขาให้มากขึ้น
- ให้กระฉับกระเฉง เพื่อพวกเขาจะได้รับสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว
- ลดขั้นตอน ลดลำดับ เชื่อมโยงหลายมิติ และตรงตามความต้องการ
- ลดตำรา แต่เพิ่มภาพ เสียง และวิดีโอให้มากขึ้นตามโอกาส
- จัดโอกาสการทำงานหลายด้าน การสร้างเครือข่าย และการมีปฏิสัมพันธ์
- ใช้สิ่งที่เรารู้จากสมองและจิตใจของพวกเขา ทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
——————
Jukes, I. and Dosaj, A. (2006). Understanding Digital Children (DKs): Teaching & Learning in the New Digital Landscape.Retrieved March 2, 2013 from http://edorigami.wikispaces.com/Understanding+Digital+Children+-+Ian+Jukes และ http://edorigami.wikispaces.com/file/view/Jukes%20-%20Understanding%20Digital%20Kids.pdf/30682806/Jukes%20-%20Understanding%20Digital%20Kids.pdf
Image source: http://www.mondaynote.com/2010/07/25/understanding-the-digital-natives/

